Exploring, Celebrating & Conserving Unique Landscape Environment ปลูกพืชอะไรก็ไม่งาม ต้องแก้ดินที่ปลูก

ปลูกพืชอะไรก็ไม่งาม ต้องแก้ดินที่ปลูก

หากคุณนั้นชอบการปลูกต้นไม้ แต่รู้สึกว่า ไม่ว่าคุณจะตั้งใจปลูกแค่ไหน ต้นไม้ก็ดูแคระแกร็นไม่สมบูรณ์สักที แล้วคุณเคยคิดหรือเปล่าว่ามันอาจเกิดจากดินที่คุณใช้ปลูกก็ได้ มันจะดีกว่าไหม ถ้าเรามาหาทางแก้ในเรื่องของดินที่ปลูกกัน โดยการทำให้ดินเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด

               สำหรับดินดี ก็คือ เมื่อตักขึ้นมาแล้วต้องมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน โดยปริมาตร คือ เนื้อดิน มีส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะว่ามีบทบาทเป็นตัวกลางให้รากพืชได้ยึดและตั้งเป็นลำต้นด้วย และเนื้อดินนี้ควรมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ซึ่งเป็นค่าดินที่เหมาะกับการปลูกพืชมากที่สุด ต่อมาเป็นอินทรียวัตถุ ได้มาจากการย่อยสยายของเศษซากของพืชหรือสัตว์ และทับถมกันอยู่ในดิน ที่สำคัญจะต้องมีปริมาณอยู่ที่ร้อยละ 5 ของดิน เพราะว่าจะมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และทำให้ดินร่วนด้วย ต่อมาในดินควรมีเรื่องของความชื้นอีกร้อยละ 25 เพราะดินดีต้องมีน้ำอยู่พอเพียง เพื่อทำให้สิ่งมีชีวิตในดิน รากพืชมีชีวิตอยู่ได้ และความชื้นและน้ำยังช่วยละลายธาตุอาหารในดินเพื่อให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนอากาศจะต้องมีร้อยละ 25 คือ ดินต้องโปร่ง ร่วนซุย จึงจะเป็นปัจจัยของดินที่ดี

               ความจริงแล้วถ้าดินเป็นแบบนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีอะไรเลย แต่ว่าดินของเรามักโดนชะล้างจากน้ำฝนและจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินไม่สมบูรณ์อย่างที่ควร หลายคนจึงเลือกใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับสมดุลของดิน โดยจะมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชอย่างพวกไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม

               ส่วนถ้าคุณอยากฟื้นฟูดินโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีก็สามารถทำได้ โดยหลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว ให้คุณไถกลบตอซังลงดิน และหลังจากนั้นคลุมด้วยเศษหญ้าและฟางข้าว ถ้าดินมีความชื้นอยู่ก็ให้หว่านพืชตระกูลถั่วลงดิน เพราะว่ารากถั่วมีสารอาหารที่จำเป็นต่อพืช โดยเฉพาะในโตรเจน และในระยะแรกอาจใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกลงไปด้วย เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้มากขึ้นนั่นเอง

               เมื่อคุณสามารถปรับสภาพดินได้ดังที่กล่าวมา ดินของคุณอาจจะอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และต่อไปก็ไม่ต้องใช้สารเคมีอีกต่อไป เพราะว่าดินของคุณมีความอุดมสมบูรณ์สามารถปลูกอะไรก็ดูสวยงามไปหมด เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องดิน หรือสิ่งปลูกพืชแล้วต้นไม่ไม่โตเท่าที่ควร ก็ให้ลองทำอย่างที่กล่าวมา เพราะมันไม่ได้ยากจนเกินไปนั่นเอง ใครมีปัญหาก็ลองไปทำกันดู รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

Related Post

ภาวะโลกร้อน

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

ถ้าถามว่าทุกวันนี้มนุษย์ทุกคนรู้จักภาวะโลกร้อนหรือไม่ ก็คงตอบว่ารู้จักเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะตระหนักรู้ว่าควรช่วยกันลดภาวะโลกร้อน หลายคนก็ยังคงปฏิบัติตัวตามเดิม ไม่ได้สนใจว่าพฤติกรรมต่างๆ นั้น ได้ทำให้เกิดก๊าซพิษมากมาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน   ภาวะโลกร้อน หมายถึงการที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นอากาศใกล้ผิวโลก หรือน้ำในมหาสมุทร เกิดจากก๊าซบางชนิดสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศมากเกินความสมดุลเนื่องจากในการอุตสาหกรรมและการดำเนินชีวิตมนุษย์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งรวมคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ สาร CFCs (Chlorofluorocarbons) ที่ใช้กับตู้เย็น การรั่วไหลของสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศ (R-22) การผลิตพลาสติกและอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้เชื้อเพลิง ควันจากโรงงาน จากท่อไอเสีย สเปรย์กระป๋อง การตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้นเป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตการณ์โลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากกับโลกของเรา

กระถางต้นไม้

แนะนำต้นไม้ช่วยฟอกอากาศในบ้านแนะนำต้นไม้ช่วยฟอกอากาศในบ้าน

เพราะว่าอากาศนั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องสัมผัสได้ในทุกวัน อากาศที่ไม่บริสุทธิ์นั้นส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและปอดของเราได้ อยากให้ปอดแข็งแรงและระบบทางเดินหายใจปกติ ต้องพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ ซึ่งไม่ใช่ต้องออกไปสัมผัสธรรมชาติเท่านั้น คุณสามารถทำให้บ้านมีอากาศที่บริสุทธิ์ได้ด้วยต้นไม้ฟอกอากาศ จะมีต้นไหนแนะนบ้าง ไปดูกันเลย ยางอินเดีย ต้นไม้ในร่มที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆ นอกจากจะช่วยดักจับฝุ่นและฟอกอากาศในห้องแล้ว สีขรึมๆ และลักษณะของใบที่มีความมน ๆ ที่ต้องขอบอกเลยว่าดีไซน์จากธรรมชาตินั้นสวยงามมากจริงๆ บ้านไหนคุมโทนแบบมินิมอลต้นนี้รับรองเข้ากันสุดๆ  เดหลี ต้นไม้ในร่มที่ช่วยดูดซับและกำจัดสารเบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน แอมโมเนีย ไซลีน โทลูอีน และสารมลพิษอื่น ๆ ในอากาศได้ มีอายุหลายปี สีขาวสวย มีกลิ่นหอม ความสูงประมาณ

ฝุ่น pm 2.5

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไรต่อร่างกายบ้าง และควรป้องกันอย่างไรฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไรต่อร่างกายบ้าง และควรป้องกันอย่างไร

ทุกคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 ในประเทศของเรามาแล้ว สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ค่าฝุ่นจะสูงเกินมาตรฐาน มักเป็นจังหวัดใหญ่ๆหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในจังหวัดนั้นที่มีการจราจรคับคั่ง หรือการเผาตอซังข้าวของชาวนาชาวไร่ หรือการเกิดไฟป่า ก็ทำให้มีค่าฝุ่นมากได้เช่นกัน และวันนี้หากใครยังไม่เข้าใจในเรื่องฝุ่น pm 2.5 วันนี้เราจะมาพูดในเรื่องนี้กัน เพื่อให้คุณเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น และป้องกันตัวเองได้ หากต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง                          คำว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร และลอยอยู่ในในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่างๆ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะเป็นฝุ่นขนาดเล็กมากๆ  แต่พอมารวมตัวกันมากขึ้น ก็จะกลายเป็นฝุ่นควันอย่างที่เราเห็นกัน